หมวดหมู่: สุขภาพ

              ปัจจุบันประเทศไทยมีประชากรหลายคนที่มีน้ำหนักตัวมากจนเรียกได้ว่าอ้วนซึ่งในขณะนี้คนส่วนใหญ่จึงหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้นด้วยการพยายามที่จะหาวิธีลดน้ำหนักกันต่างๆนานาไม่ว่าจะเป็นด้านการออกกำลังกายด้านการกินอาหารโดยส่วนใหญ่ก็จะรับประทานอาหารที่แคลอรี่ต่ำๆรวมถึงบางคนก็หันมาลดน้ำหนักแบบเร่งด่วนด้วย

กันการกินยาลดน้ำหนักซึ่งแน่นอนว่าทุกวิธีนั้นสามารถที่จะใช้ในการลดน้ำหนักได้และน้ำหนักตัวที่เคยอ้วนก็ลดได้อย่างเห็นได้ชัดเช่นเดียวกันถามว่าแต่ละวิธีนั้นมีความถูกผิดหรือไม่เราอาจกล่าวได้ว่าความต้องการในการลดน้ำหนักของแต่ละคนนั้นไม่เท่ากันหลายคนมองว่าการกินยาลดน้ำหนักนั้นจะทำให้เกิดโยโย่ขึ้นซึ่งอันที่จริงแล้วปัญหาการเกิดโยโย่ของคนลดน้ำหนักนั้นไม่ได้เกิดจากการที่เรากินยาลดความอ้วนเท่านั้น เพราะอันที่จริงแล้วถึงแม้ว่าไม่ได้กินยาลดความอ้วน

อาจจะเป็นลักษณะของการออกกำลังกายหรือแม้แต่การลดอาหารการกินควบคุมอาหารการกินก็สามารถทำให้บุคคลนั้นกลับมาโยโย่ได้เช่นเดียวกันหากไม่ทำตามขั้นตอนนั้นไปเรื่อยๆเช่นคนที่ออกกำลังกายเพื่อต้องการที่จะลดน้ำหนักและเมื่อร่างกายผอมตามที่ต้องการแล้วก็หยุดการออกกำลังกายพรุ่งนี้เองที่จะทำให้ร่างกายของคุณกลับมาโยโย่และอ้วนขึ้น

ได้เพราะร่างกายของคุณเคยชินที่จะต้องมีการออกกำลังกายแล้วดังนั้นเมื่อหยุดออกกำลังกายและหันมากินอาหารตามปกติหรืออาจจะเยอะกว่าเดิมก็จะทำให้เกิดภาวะโยโย่ขึ้นมาได้รวมถึงกรณีที่เราลดน้ำหนักด้วยการงดอาหารเมื่อมีการงดอาหารในระดับหนึ่งจึงทำให้ร่างกายของเราผอมแล้วหลายคนก็จะมองว่าเมื่อพร้อมแล้วก็สามารถกลับมากินได้ตามปกติและนี่เองคือสาเหตุของการโยโย่ของร่างกายเพราะเมื่อเรากินอาหารน้อยบ่อยๆร่างกายเคยชินกับการกินอาหารน้อย

และเมื่อเราหยุดกลับมากินอาหารเยอะตามปกติร่างกายจะเริ่มเรียกร้องว่าเมื่อก่อนนั้นกินอาหารน้อยทำให้ไม่เพียงพอต่อการพัฒนาร่างกายภายในทำให้เราเริ่มกินมากขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัวและนั่นเองก็คือที่มาของคำว่าโยโย่ซึ่งเช่นเดียวกันสำหรับคนที่ลดน้ำหนักด้วยการกินยาลดน้ำหนักเพราะในช่วงที่มีการกินยาลดน้ำหนักนั้นตัวยาจะไปทำการกดประสาท

ทำให้เราไม่ค่อยหิวอาหารและเมื่อไหร่ก็ตามที่เราเลิกกินยากดประสาทนี้สมองของเราก็จะกลับมาทำงานตามปกติร่างกายก็จะเรียกร้องอาหารการกินเหมือนเดิมทำให้เรากินอาหารเยอะเหมือนเดิมและเราก็จะกลับไปโยโย่ได้ซึ่งทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นการลดน้ำหนักด้วยวิธีใดก็ตามหากเราไม่ต้องการให้เกิดการโยโย่เกิดขึ้นเราจำเป็นที่จะต้องมีการควบคุมอาหารการกินของเราต่อไปและออกกำลังกายต่อเนื่องไปเพราะถ้าหากหยุดเมื่อไหร่เราก็จะโยโย่ทันที

 

สนับสนุนโดย  bk8thai

วันนี้  bk8 live tv  ของเราจะพูดถึงการกินข้าวน้อยไม่สามารถที่จะลดน้ำหนักได้ เพราะคนทุกคนที่เริ่มจะลดน้ำหนักไม่ว่าจะเป็นการทำifก็แล้วแต่หลายคตนแล้วก็จะเริ่มจากการกินข้าวน้อยก่อนก็จะกินข้าวแบบไหว้เจ้าซึ่งเป็นอันเล็กๆเราได้ไปเห็นละครบุพเพสันนิวาสหรือในละครไทยต่างๆ

รวมไปถึงการทำอาหารกินเองที่บ้านมันก็จะเป็นเมี่ยงก๋วยเตี๋ยวหรือว่าก๋วยเตี๋ยวลุยสวนเราได้พบว่ามันได้สะท้อนกลับถึงการกินอาหารของคนเอเชียคนไทยคนอินเดีย ที่จะเน้นไปในทากินข้าวกินเส้นคนญี่ปุ่นนั้นกินราเม็งกินเส้นก๋วยเตี๋ยวเป็นหลักแต่ถ้าหากว่ามองย้อนกลับไปให้ลึกไปกว่านั้นมันก็คือเป็นกระบวนการของวิถีชีวิตในการกินอาหารที่มีข้าวมีกับข้าวมีน้ำพริกมีแกง

และมันก็ได้เป็นความฉลาดของคนที่100กว่าปีที่แล้วของคนเอเชียเลยทีตะวันตกนั้นไม่มีคนเรานั้นเวลากินก็จะกินเป็นสำหรับคนไทยเป็นสำหรับอย่างชัดเจน

และนั้นเองมันก็ได้หมายความว่าการที่เขานั้นกินเป็นสำหรับนั้นพวกเขานั้นจะได้ทั้งในปริมาณตัวแป้งและผักที่ได้มีกากใยรวมไปถึงวิตามินกินน้ำซุปที่ได้มีแกงนิดๆหน่อยสิ่งเหล่านี้เป็นองค์ประกอบของสุขภาพในการกินที่ดีเราจึงมองว่าในปัญหาที่เกิดขึ้นจากการที่ได้ดูคนไข้มาแล้วเป็นหมื่นๆคนพอเขากินข้าวน้อยในปัญหาที่ได้เกิดขึ้นมันก็คือว่าเขานั้นก็ได้กินกับน้อยกินข้าวกินกับน้อย

มันจะเหมือนกับการว่าเรานั้นอดอาหารเราก็หิวพอได้มีอาการหิวแล้วมันก็จะนอนหลับได้ไม่ค่อยดีกระวนกระวายสำหรับพฤติกรรมในการกินข้าวน้อยกินกับน้อยพวกนี้ทำให้เขานั้นไม่สามารถที่จะควบคุมอาหารได้ในระยะยาวๆมันเป็นเพราะว่าเราได้ไปฝืนความเป็นธรรมชาติเหลือเกินดังนั้นเราก็ได้ไปมองย้อนไปถึงในข้อมูลในงานวิจัยและแน่นอนว่าข้าวนั้น

มันได้เป็นอาหารของทางฝั่งเอเชียแต่ถ้าหากว่ามันได้เป็นทางฝั่งของยุโปรและอเมริกาพวกเขานั้นก็จะบริโภคขนมปันและเนื้อสัตว์กินแทนข้าวเป็นหลัก นอกจากนี้ข้อมูลของการวิจัยในส่วนของเรื่องข้าวมัมนก็จะมีข้อมูลที่ค่อนข้างที่จะน้อย และข้าวในประเทศไทยเรานั้นก็มีด้วยกันอยู่หลากหลายชนิดก็อยู่ที่พันข้าวเราก็ต้องขอบอกว่าข้าวนั้น

มันมีปริมาณแป้งที่ค่อนข้างที่จะสูงมีอยู่เกือบ90%อีกทั้งยังได้มีโปรตีนอยู่ในข้าวที่อยู่เป็นบางส่วนดังนั้นสำหรับข้าวในประเทศไทยแล้วเราได้มีการวัดกระบวนการแบบหนึ่งที่เรียกว่าglycemic index หรือ glycemic loadd ด้วยกันทั้งหมด

โดยปกติผู้ป่วยไตเสื่อมหรือไตวายเรื้อรังเวลาไปตรวจค่าไตในรอบประจำเดือนก็คือท่านควรจะต้องขอดูค่าฟอสฟอรัสด้วย เพราะว่าค่าฟอสฟอรัสถ้าเกินเราจะได้รู้ว่าเราจะได้ควบคุมเรื่องปริมาณอาหารที่เรารับประทานเข้าไป ค่าฟอสฟอรัสปกติ ในเลือด โดยปกติจะห้ามเกิน5.5มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ถ้าหากว่ามีค่าเกินมากกว่านี้มันมีผลเสียอะไรบ้างก็คือ ข้อแรงเลย ถ้าค่าฟอสฟอรัสในเลือดเกิน

สูงเกินมากๆมันก็จะมีผลทำให้เกิดอาการในผิวเรา ตามผิวตามแขนเรานั้น มันจะมีอาการคัน คันตามตัว หรือ บางคนก็อาจจะมีผิวเหมือนผิวมันไหม้คล้ำ มันจะทำให้มีภาวะออกมาทางผิวคันแล้วก็ทำให้ผิวไหม้ได้ และ ข้อที่สอง ถ้ามีปริมาณฟอสฟอรัสในร่างกายเกินมากๆก็จะส่งผลต่อฮอร์โมนตัวหนึ่ง ชื่อว่า ฮอร์โมน พาราไทรอยด์ จะอยู่ตรงแถวๆต่อมตรงคอซึ่งมันจะมีทั้งหมด4ต่อมด้วยกัน และ ฮอร์โมนตัวนี้ ถ้ามันเกิดว่ามีปริมาณฟอสฟอรัสเกินมากๆก็จะส่งผลทำให้ฮอร์โมนตัวนี้กระตุ้นเอาปริมาณแคลเซียมในร่างกายเราออกมาเป็นปริมาณมากๆอีกด้วย

และมันก็จะส่งผลทำให้เรามีภาวะกระดูกบาง ภาวะกระดูกพรุนได้อีกด้วย หรือ พอมันได้มีภาวะกระดูกพรุนมากๆแล้ว เวลาเราหกล้ม เรากระแทกกับอะไรแรงๆหน่อยมันจะทำให้กระดูกเปาะแตกหักได้ง่าย ข้อที่ สาม ถ้าหากว่ามีปริมาณฟอสฟอรัสในเลือดของเราขึ้นสูงมากๆแล้วมันก็จะส่งผลต่อซึ่งได้เรียกว่าเซลล์ผนังหลอดเลือดในร่างกายเราได้

สมมุติว่าในเส้นเลือดของเราในร่างกายเรานั้นมันจะมีเส้นเลือดวิ่งไปทั่วร่างกายซึ่งเราก็จะเปรียบเทียบเส้นเลือดเหมือนท่อน้ำเลยแล้วกัน โดยปกติเวลาที่ร่างกายของเราปกติแล้วในเส้นเลือดของเรานั้นมันก็คือท่อน้ำของเรานั้นมันจะมีการยืดยุ่นได้ต่อให้น้ำมันวิ่งมาแรงขนาดไหนมันก็จะยืดยุ่นตัวได้ถ้าหากว่าน้ำนั้นวิ่งมาแรงท่อมันก็จะยืดได้มันก็จะไม่เปาะแตกแต่ถ้าเกิดว่าคนที่มีภาวะและมีฟอสฟอรัสเกินมากๆ

มันก็จะทำให้หลอดเลือดหรือท่อน้ำตรงนี้มันเกิดการแข็งตัวซึ่งมันก็จะทำให้เลือดจากที่มันเคยไหลผ่านได้ดีมันก็อาจจะทำให้เลือดนั้นมันวิ่งได้ไม่ดีและมันก็จะทำให้มีผลเสียต่อร่างกายเป็นอย่างมากเลยทีเดียว และ พอเส้นเลือดท่อน้ำของเรานั้นมันได้แข็งตัวมากๆพอเลือดของเรานั้นได้วิ่งมาด้วยความเร็วก็คือเหมือนคนที่มีความดันมากและมันก็เหมือนนำที่วิ่งมากเร็วๆ

พอวิ่งมาเร็วเสร็จแล้วตรงท่อน้ำหรือหลอดเลือดที่มันเคยยืดยุ่นได้มันได้เกิดการไม่ยทดหยุ่น มันเปาะ คือมันแข็งพอมันแข็งมากๆวิ่งเข้าไปแรงๆมันก็จะเกิดภาวะแตกมันก็จะทำให้มีโอกาสเป็นภาวะเส้นเลือดเปาะแต่กได้ง่ายมากๆและมันก็จะมีผลเสียต่อร่างกายของเรามากที่สุด

 

 

ขอบคุณ  ทางเข้าbk8  ที่ให้การสนับสนุน

    อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่าในช่วงนี้มีการระบาดของไวรัสโคโรน่า ปี 2019  ซึ่งมีการระบาดไปทั่วทั้งทุกมุมโลก และในตอนนี้ปัญหาที่เรากำลังพบกันอยู่ในขณะนี้ก็คือการที่เจลแอลกอฮอล์ล้างมือในหาซื้อได้ยากมาก

อีกทั้งที่กำลังมีขายอยู่ในขณะนี้ก็มีราคาแพงมากนะ   ดังนั้นวันนี้เราจะมาพูดถึงวิธีในการทำเจลแอลกอฮอล์ล้างมือด้วยตัวเองโดยที่สามารถทำได้ง่ายๆและยังไม่ต้องเสียเงินมากอีกด้วย  ซึ่งของที่จำเป็นที่จะต้องใช้ก็สามารถหาได้ง่ายๆหาได้ทั่วไปเลยค่ะพูดมาถึงขนาดนี้แล้วคงอยากรู้กันแล้วใช่ไหมคะว่าวิธีในการทำนั้นเป็นอย่างไรงั้นเดี๋ยวเราจะมาดูวิธีการกันเลยค่ะ

    อย่างแรกที่เราจำเป็นที่จะต้องทำเลยนะคะก็คืออย่างนี้ค่ะเตรียมผงคาบอนนะคะเตรียมเอาไว้ให้ได้ประมาณ 1 กรัมค่ะหลังจากนั้นนะคะก็นำใส่ถ้วยแล้วนำไปตั้งบนเตาค่ะหลังจากนั้นก็ต้มผงคาร์โบพอลนะคะจนเข้ากันได้ดีนะคะจนส่วนผสมสุขเรียบร้อยแล้วหลังจากนั้นก็ปิดเตาแก๊สค่ะแล้วก็พักทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีค่ะเพราะผ่านไป 15 นาทีเมื่อกลับไปดูอีกครั้ง

เราจะเห็นว่าผงคาร์โบพอลก็จะมีฟองขึ้นมานะคะแล้วก็ดูว่าหลังจากนั้นที่เราค่อยๆนำส่วนผสมก็คือไตรเอทาโนลามีนมาเตรียมไว้ให้ได้ 1 กรัมและกลีเซอรีน 2.5 ML ค่ะแล้วหลังจากนั้นก็นำเอทิลแอลกอฮอล์ต้องเป็นแบบ 95% นะคะทำจากนั้นก็ใส่ไปประมาณ 370 ML ค่ะใส่เข้าไปในถ้วยนั้นเลยนะคะหลังจากนั้นก็ตั้งบนเตาแก๊สอีกครั้งค่ะแล้วก็คนให้ทุกอย่างเข้ากันให้เรียบร้อย

เพราะคุณได้สักพักเราก็จะเห็นว่ามันอาจจะจับตัวเป็นก้อนเหมือนเป็นเจลแล้วหลังจากนั้นนะคะให้ปิดเตาแก๊สทิ้งไว้สักพักให้แน่นอนค่ะหลังจากนั้นก็เอาใส่ขวดเจลเลยนะคะเท่านี้เราก็สามารถที่จะทำได้ง่ายๆแล้วค่ะและนี่คือสูตรเจลล้างมือที่ง่ายมากๆ

ที่ใครๆก็สามารถทำได้ง่ายๆคุณจะเห็นกันแล้วใช่ไหมคะว่าของที่ใช้ในการทำนั้นหาได้ไม่ยากว่าจะสั่งซื้อทางออนไลน์จะซื้อที่ร้าน 20 บาทแล้วก็สามารถหาได้ง่ายๆ เพื่อนๆทุกคนก็ลองนำสูตรนี้ไปใช้ในการทำเจลล้างมือกันนะคะรับรองว่าทำง่ายสะดวกสบายแน่นอนค่ะ เมื่อเราทำเจลล้างมือใช้เองแล้วทีนี้เราก็ไม่ต้องซื้อสินค้าราคาแพงมาใช้แล้วค่ะ

 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  bk8 คาสิโน

ผู้ที่มีอาการท้องผูกนั้น เมื่อเป็นในระยะเวลานานก็จะส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายในหลาย ๆด้าน จึงไม่ควรปล่อยไว้นานหากมีอาการท้องผูก นอกจากวิธีการรับประทานอาหารที่มีเส้นใยอาหารสูงเพื่อช่วยทำให้ระบบขับถ่ายดีขึ้นแล้ว ยังมีสมุนไพรอีกหลายชนิดที่สามารถช่วยรักษาอาการท้องผูกให้ดีขึ้นได้ ไม่เกิดผลข้างเคียง และไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เพราะเป็นสมุนไพรที่มาจากธรรมชาติ แต่มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับยาในแผนปัจจุบัน

สูตรมะขามเปียก นำน้ำที่ต้มไว้ผสมกับมะขามเปียก แล้วขยำจนเป็นน้ำข้นออกมา อาจเติมเกลือเล็กน้อยเพื่อให้ง่ายต่อการรับประทาน รับประทานเป็นประจำก่อนเข้านอน เมื่อตื่นเช้ามาจะทำให้ผู้ที่มีอาการท้องผูกขับถ่ายได้ง่ายขึ้น แต่หากอาการท้องผูกเริ่มดีขึ้นควรหยุดรับประทาน เพราะจะไปทำให้เกิดอาการท้องเสียแทน

สูตรมะขามแขก นำฝักหรือใบแห้งของมะขามแขกมาสับให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วนำไปต้มน้ำจนเดือด รับประทานก่อนนอน 1 ถ้วย สูตรนี้จะทำให้เห็นผลดีมาก อาการท้องผูกจะดีขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อหายดีแล้วควรหยุดการรับประทานทันที เพราะจะไปรบกวนระบบการทำงานของลำไส้ 

สูตรลูกพรุน นำลูกพรุนไปคั้นเป็นน้ำดื่มแก้อาการท้องผูกได้ หรือจะรับประทานผลสดก็เห็นผลเช่นกัน แต่ในลูกพรุนนั้นมีน้ำตาลเป็นปริมาณมาก ผู้ที่มีโรคประจำตัว อาทิ เช่น โรคเบาหวาน เป็นต้น ไม่ควรรับประทานในปริมาณที่มากเกินไป เพราะจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นมาก

สูตรเม็ดแมงลัก นำเม็ดแมงลัก 2 ช้อนชามาแช่ไว้ในน้ำ เพื่อให้เม็ดแมงลักพองตัวได้อย่างเต็มที่ แล้วดื่มก่อนเข้านอน ในตอนเช้าจะทำให้ขับถ่ายได้ง่ายขึ้น เพราะเม็ดแมงลักมีเมือกที่ช่วยทำให้อุจจาระที่มีความแข็งจากอาการท้องผูกอ่อนตัวลง ทำให้ขับถ่ายได้ง่ายขึ้น สูตรนี้เหมาะสำหรับคนที่มีอาการท้องผูกมาก ๆจะสามารถช่วยได้เป็นอย่างดี

สูตรใบขี้เหล็ก นำใบขี้เหล็ก 5 ใบ ต้มกับน้ำจนเดือด ทิ้งไว้ให้อุ่นแล้วดื่มเป็นประจำก่อนเข้านอน จะทำให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น และจะเห็นผลได้ดีอย่างยิ่งในผู้สูงอายุที่มักจะมีปัญหาเกี่ยวกับระบบการขับถ่ายบ่อยครั้ง และยังสามารถช่วยรักษาให้ผู้ที่มีอาการนอนไม่หลับหรือนอนหลับยากหลับได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

สูตรมะเฟือง การจะใช้สูตรนี้ให้ได้ผลต้องรับประทานลูกมะเฟืองสดในขณะท้องว่าง เพราะมะเฟืองมีผลเหมือนกันกับยาระบาย เมื่อรับประทานตอนท้องว่างจะทำให้ผู้ที่มีอาการท้องผูกขับถ่ายได้

นอกจากการรับประทานอาหารที่มีเส้นใยอาหารสูง การนำสูตรรักษาอาการท้องผูกไปใช้แล้ว การดื่มน้ำเปล่าสะอาดให้ได้วันละ 8-10 แก้วก็เป็นการช่วยทำให้ระบบขับถ่ายของเราดีขึ้นได้อีกด้วย

 

 

สนับสนุนโดย  bk8

ร่างกายของเรานั้นมันจะชอบตอบสนองกับแสงและเมื่อไรก็ตามหากคุณนั้นอยากนอนหลับและคุณนั้นได้เปิดไฟทิ้งเอาไว้อยู่ตลอดเวลาคุณเองก็จะนอนไม่ค่อนหลับแต่ถ้าหากว่าคุณนั้นอยากจะตื่นและคุณนั้นเห็นแสงและร่างกายของคุณนั้นก็จะบอกว่ามันจะต้องตื่นแล้ว ซึ่งถ้าหากว่าบ้านใครที่มีหน้าต่างที่เหมาะสมในช่วงประมาณหก เจ็ดโมงเช้าแสงอาทิตย์ก็จะส่องเข้ามาคุณก็จะตื่นได้อย่างเหมาะสม

แต่ถ้าหากว่าคุณนั้นจำเป็นที่จะต้องตื่นเร็วกว่านั้นเช่นตีสี่ ห้าเมื่อคุณตื่นแล้วให้คุณนั้นทำการเปิดไฟคุณจะรู้สึกว่ามันดีมันกระปรี้กระเปร่า ซึ่งมันจะมีการกระตุ้นที่มันจะทำให้เราอยากจะลุกขึ้นไปทำอะไรที่มันจะโอเคมากที่สุดในวันนี้ก็ลองทำกันดู และ อีกหนึ่งอันต่อมาคืออะไร

การเติมน้ำให้ร่างกาย มันเป็นอะไรที่เหลือเชื่อมากๆว่าจริงๆแล้วในอารณ์ที่เรานั้นหงุดหงิดอย่างเช่น ปวดหัว เวียนหัว คลื่นไส้ อาเจียน ในช่วงเวลาตอนเช้าที่เรานั้นได้ตื่นขึ้นมาโดยส่วนใหญ่แล้วมันได้เกิดขึ้นมาจากที่ตัวของคุณนั้นขาดน้ำมาตลอดทั้งคืนหรือว่าตัวคุณนั้นกินน้ำน้อยมากเกินไป เราอยากให้คุณนั้นได้คิดตาม คุณนอนคืนละแปดชั่วโมง ก็หมายความว่าในระยะเวลาแปดชั่วโมง นั้นตัวของคุณเองก็ไม่ได้กินน้ำเลยแม้แต่หยดเดี่ยว ซึ่งมันจะทำให้ร่างกายของคุณนั้นขาดน้ำ เราอยากจะขอแนะนำก่อนนอนนั้นให้คุณกินน้ำก่อนนอนประมาณ1/2แก้วก่อนที่คุณจะนอนและหลังจากนั้น

หลังจากที่ตัวของคุณนั้นตื่นนอนให้คุณนั้นกินน้ำประมาณ1/4แก้วมันก็จะทำให้ร่างกายของคุณนั้นมันกระปรี้กระเปร่าเพราะหากว่าในร่างกายของคนเราที่ได้ขาดน้ำนั้นมันก็จะมีอารมณ์ที่หงุดหงิดและก็จะมีร่างกายที่ไม่แข็งแรงอย่างไม่รู้ตัว ซึ่งมันก็จะมีได้หลากหลายอย่าง อย่างเช่น เวียนหัว ปวดหัว เหนื่อย ปากแห้ง  คอแห้ง แสบคอ ภูมิแพ้ ซึ่งมันก็อาจจะเป็นได้หมดทุกๆอย่า

งเพียงแค่ตัวของคุณนั้นได้ขาดน้ำเฉพาะนั้นการที่ตัวคุณนั้นได้กินน้ำหลังที่ตัวคุณตื่นนอนประมาณ1/4แก้ว หรือประมาณขวดน้ำสิงห์ที่มีขนาดเล็กขวดประมาณ8บาทนั้นแหละให้เรากินมันเข้าไปเลยน้ำที่เรานั้นได้กินมันเข้าไปมันก็จะรีบเข้าไปช่วยซ้อมแซมในส่วนที่ร่างกายที่ขาดน้ำมาทั้งคืนและมันก็จะส่งผลทำให้ตัวของคุณเองนั้นได้มีความรู้สึกว่ามันกระปรี้กระเปร่ามากและมันก็จะทำให้ตลอดทั้งวันของคุณนั้นดีตามมากอีกด้วยและร่างกายของคุณก็จะมีสุขภาพที่ดีไปตลอด

การแนะนำให้ได้ออกกำลังกายในช่วงตอนเช้ามันจะทำให้ตัวคุณนั้นกระปรี้กระเปร่าในการที่ตัวของคุนั้นจะได้ทำงานต่อไปได้ ซึ่งสำหรับในการแนะนำในการที่จะไปออกกำลังกายนั้นมันก็ไม่ได้มีข้อห้ามเพียงแต่ว่าตัวเรานั้นไม่จำเป็นที่จะต้องไปหักโหมอะไรไปมากมาย โดยส่วนตัวแล้วเราก็จะตื่นมาในช่วงเวลาตอนเช้าเวลาประมาณตี5-6โมงเราก็จะนั่งกินน้ำนั่งจิบกาแฟอะไรไปพอถึงเวลาประมาณ6โมงเช้าเรา

ก็จะทำการออกกำลังกายในบ้านวิ่งอยู่ภายในบ้านวิ่งในชุดนอนเท้าป่าววิ่งไปวิ่งมาสักประมาณหนึ่งชั่วโมงมันก็จะได้ระยะประมาณ5-6กิโลเมตรอันนี้มันก็จะเป็นการออกกำลังกายส่วนตัวของเราหัวใจมันก็จะเต้นอยู่ประมาณ60/70%มันก็จะโอเค ซึ่งมันก็จะแล้วแต่คนแล้วแต่คุณจะชอบหรือบางคนอาจจะไม่ค่อยชอบวิ่งหรือบางคนก็อาจจะวิดพื้นก็ได้คุณจะออกกำลังกาย

กระโดตบก็ได้คุณนั้นจะทำอะไรก็ได้ขอแค่เพียงแค่ตัวของคุณนั้นเคลื่อนไหวมันก็อยู่ที่อายุด้วยเช่นกัน ถ้าหากว่าท่านใดที่มีอายุเยอะแล้วก็อาจจะเปลี่ยนมาเป็นการเดินเร็วหรือถ้าอายุน้อยลงมากอีกหน่อยก็ออกกำลังกายเพิ่มมากกว่านั้น ก็อยากแนะนำว่าอย่างน้อยก็จะประมาณสักครึ่งชั่วโมงอย่าไปออกแบบประมาณแค่5นาที ซึ่งมันก็จะไม่ค่อยได้ช่วยอะไรตัวคุณแต่ถ้าจะออกกำลังกายนั้นคุณควรที่จะต้องทำการวอมอัพสักเล็กน้อยไม่ใช่ว่าคุณนั้นมาถึงก็วิ่งเลยมันก็ไม่ใช่ซึ่งมันก็จะทำให้ร่างกายของคุณนั้นอาจจะได้รับบาดเจ็บได้

ต่อมาข้อนี้เป็นข้อที่จะทำให้วันนี้ชั้นของคุณแฮปปีไปทั้งวันถ้าตัวคุณนั้นทำได้ ก็คือ

เรื่องของมอนิ่งโน้ต ซึ่งมอนิ่งโน้ตนั้นมันก็คือการเขียนคุณจะเขียนอะไรก็ได้ในช่วงตอนเช้าเขียนคือได้บอกเอาไว้ว่าให้ตัวคุณนั้นเมื่อตัวคุณได้ตื่นขึ้นมาและก็ทำอะไรประจำแต่ให้คุณนั้นเขียนอะไรลงไปก็ได้ภายในกระดาษประมาณ15นาทีอาจจะเขียนว่าวันนี้ฉันจะทำอะไรหรือว่าเราได้เจอเหตุการณ์อะไรมาบ้างหรือว่าฉันแฮปปีกับเรื่องไหนไม่ทแฮปปีกับเรื่องไหน

ซึ่งในการเขียนนั้นมันจะทำให้ฟิลลิ่งที่มันได้ค้างๆอยู่ภายในหัวของเรานั้นหรือว่าความไม่สงบใจหรือว่าความไม่แฮปปีที่มันได้ค้างอยู่ในหัวของเรานั้นดีลีทมันออกมาแล้วก็ถ้าหากว่าคุณนั้นได้เขียนเรื่องที่ดีนั้นออกมาถ้าคุณเขียนเรื่องที่ไม่ได้มันจะได้ดีลีทและถ้าหากว่าคุณนั้นเขียนเรื่องที่ดีมันจะทำให้ตัวคุณนั้นแฮปปีแบบดี และนี่มันก็คือสิ่งที่ทำให้สุขภาพใจของเรานั้นมันดูดีขึ้นมามากๆเลยตั้งแต่ในตอนเช้าเพราะฉะนั้นเริ่มต้นตอนเช้าด้วยการเขียนก็จะเป็นสิ่งที่ดีมากๆเพราะเขียนใส่กระดาษแล้วก็ทิ้งไปไม่ได้เก็บมาอ่านเพราะคุณจะเขียนทุกวัน

ตะไคร้ เป็นสมุนไพรที่ใกล้ครัวที่ทุกคนนั้นได้นำเอามาใช้ปรุงอาหารกันมาอย่างยาวนานมาได้ดูคุณประโยชน์ของมันที่คุณอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน

ตะไคร้ นั้นเป็นชื่อทางวิทยาศาสตร์ที่เรียกว่า Cymboppogon citratus ได้จัดให้เป็นผักล้มลุกชนิดหนึ่ง ที่มีลักษณะที่เป็นพุ้ม ที่ได้นำเอามาปลูกกันเพื่อเอาไว้สำหรับปรุงรสชาติของอาหาร ซึ่งตะไคร้นั้นถือว่าได้มีประโยชน์อีกทั้งยังสามารถช่วยบรรเทาอาการโรคต่างๆได้ดีแต่คุณจะรู้หรือไม่ว่า ในลำต้นที่แข็งๆนั้นและส่วนของใบตะไคร้ที่มันได้มีความคมมันได้ซ่อนคุณประโยชน์เอาไว้อย่างมากมายที่เรานั้นไม่ควรรู้มากก่อน

สำหรับคุณประโยชน์ในตะไคร้ที่มีสมุนไพรที่ใกล้ตัว

สำหรับสมุนไพรใน ตะไคร้นั้นยังอุดมไปด้วยวิตามินอีกทั้งยังมีแร่ธาตุที่ซ่อนอยู่ในตะไคร้อย่างมากมายมีทั้งวิตามินเอ วิตามินซี และวิตามินบี ทั้งนี้ก็ยังมีโฟเลต แมกนีเซียม สังกะสี ทองแดง ธาตุเหล็ก โฟแทสเซียม ฟอสฟอรัส แคลเซียม แมงกานีส นอกจากนี้ตะไคร้ที่จะเป็นเครื่องปรุงอาหารแล้วมันยังได้มีประโยชน์ทางด้านการขับไล่แมลงได้ดีเพราะในส่วนของตะไคร้นั้นในตัวตะไคร้เอง

มันจะมีน้ำมันหอมระเหยอยู่ในตัวแล้วทั้งในส่วนใบและลำต้นและในส่วนของน้ำมันหอมระเหยนั้นมันได้มีคุณสมบัติในส่วนของการขับไล่แมลงเป็นอย่างดีนั่นมันก็จะไม่แปลกอะไรที่เราทุกคนนั้นจะได้เห็นผลิตภัณฑ์ของสบู่และผลิตภัณฑ์ที่เอาไว้ใช้เพื่อขับไล่แมลงเพราะในส่วนผสมนั้นของสบู่ในตะไคร้นั้นมันได้มีขายอยู่เยอะแยะมากมาย

นอกจากนี้มันยังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้เท่านั้นตะไคร้นั้นมันยังสามารถช่วยเข้าไปล้างสารพิษที่ตกค้างอยู่ในร่างกายของเราให้มันออกมาเป็นปัสสาวะได้บ่อยขึ้นเพราะสารเคมีที่มันได้มีอยู่ของตะไคร้นั้นมันจะทำให้ไล่ระบบของการย่อยอาหารและทำความสะอาดได้ดีขึ้นเช่น ตับ และ ตับอ่อน กระเพาะปัสสาวะ

ที่ช่วยขับไล่สารพิษด้านกรดยูริกให้ออกจากร่างกายและยังสามารถทำให้ในระบบของการย่อยคุณนั้นสะอาดดีขึ้น อีกทั้งยังทำงานให้มีคุณภาพมากขึ้น ทั้งนี้ได้ส่วนของตะไคร้นั้นยังช่วยให้ระบบของการย่อยอาหารได้ทำงานได้ดีขึ้น เพราะเนื่องจากได้มีการศึกษาและได้พบว่าการที่เรานั้นกินน้ำต้มตะไคร้นั้นมันจะสามารถช่วยในส่วนของการย่อยลดอาการปวดท้อง สามารถแก้หวัด ลดอาการของการเป็นตะคริวที่อยู่ในลำไส้และท้อเสียได้อีกทั้งมันยังสามารถช่วยในเรื่องของลดแก๊สที่มันอยู่ในลำไส้อีกด้วยแต่อย่างไรก็ตามในสรรพคุณของตะไคร้ก็ยังเป็นสมุนไพรที่ดีที่เรานั้นหาได้ไม่ยาก

เมนูอาหารใช้เวลาไม่นานทำได้ง่าย

มาม่าทรงเครื่อง

สำหรับเมนูมาม่าทรงเครื่องนั้นถือได้ว่ามีความสะดวกและรวดเร็วและยังไม่มีอะไรที่เกินไปกว่ามาม่าแต่จะให้ดีไปยิ่งกว่าก็ควรจะเพิ่มสารอาหารให้กับตัวเองด้วยการใส่วัตถุดิบใส่ลงไปให้กลายเป็นมาม่าทรงเครื่องที่มีน่าตาที่ดูน่ารับประมานมากยิ่งขึ้นและยังสามารถอับราคาให้เพิ่มมากขึ้นและยิ่งหากมาม่านั้นมีสีสันที่ดูที่น่าสนใจมีวัตถุดิบที่หลากหลายก็จะยิ่งขายได้ในราคาแค่ได้มองเห็นก็อยากจะรับประทานแล้ว

สำหรับวิธีในการทำมาม่าทรงเครื่องนั้น

(1)นำเอาไก่หรือหมูสับนำเอาไปรวนกับน้ำร้อนที่ต้มเดือดให้พอสุกจากนั้นให้ตักขึ้นมาพักไว้ก่อน 

(2)จากนั้นให้นำเอาพริกไปผสมกับ พริกป่น น้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาลใส่ถ้วยนำเอาไปใส่ในถ้วยเตรียมเอาไว้

(3)นำเอาเส้นบะหมี่นำเอาไปต้มในน้ำร้อนให้สุกจากนั้นพอเส้นสุกได้ที่แล้วให้นำเอาไปใส่ในถ้วยที่ได้เตรียมผสมเครื่องเอาไว้แล้วจากนั้นก็จัดวางไก่สับหรือหมูสับและไข้ต้มลงไปจากนั้นโรยหน้าด้วยต้นหอมและพริกซอยสามารถอร่อยได้ทันที สำหรับต้นทุนโดยรวมประมาณ15บาทจะสามารถขายในราคาประมาณ25บาทจะได้กำไรประมาณ10บาทต่อถ้วย

ข้าวต้มกุ๊ย

สำหรับเมนูข้าวต้มกุ๊ยหรือบางคนนั้นอาจจะทำเอาไว้ตั้งแต่เย็นและพอในเวลาเช้าก็หยิบนำเอามาอุ่นและรับประทานได้เลยและถือได้ว่าเป็นเมนูที่ไม่ต้องไปอะไรมากให้ยุ่งยากรับประทานให้พออิ้มเป็นหลักและไม่จำเป็นที่จะต้องมีกับข้าวอะไรมากมายหรือในบางทีก็รับประทานกับกุนเชียงหรือปลาเค็มคุณก็จะสามารถอิ้มได้ในทันทีและถ้าหากว่าใครที่คิดจะเปิดร้านทำขายและนอกจากที่จะมีข้าวต้มกุ๊ยแล้วก็อาจจะต้องควรที่จะต้องเพิ่มกับข้าวอีกซักสองซักสามอย่างตามไปอีกด้วย

สำหรับวิธีในการทำข้าวต้มกุ๊ยนั้น 

(1)นำเอาข้าวสารไปล้างน้ำให้พอสะอาดประมาณสองถึงสามน้ำเพื่อล้างให้เศษผงหรือเศษจากข้าวสารนั้นออกจนหมดสิ้น 

(2)จากนั้นให้นำเอาไปใส่หม้อด้วยข้าวสารที่ล้างสะอาดแล้วในหม้อเติมน้ำลงไปกะให้ท้วมข้าวในปริมาณที่มากพอที่จะต้มข้าวไม่ให้แห้ง 

(3)จากนั้นให้ตั้งไฟที่ปานกลางต้มต่อไปซึ่งมันอาจจะใช้เวลามากเล็กน้อยไม่เท่ากันก็ขึ้นอยู่กับความชอบหากใครที่จะต้องการให้ข้าวเละก็ต้องใช้เวลาในการต้มข้าวนานหน่อย

(4)เมื่อได้ข้าวต้มที่ต้องการแล้วนำเอาไปเสิร์ฟรับประทานควบคู่ไปกับปลาเค็ม ไข้เค็ม ไข่เจียวได้ตามต้องการ สำหรับต้นทุนโดยประมาณ5บาทสามารถทำขายได้ในราคา7บาทกำไร2บาทต่อถ้วย

         การอาบน้ำก็มีความสำคัญกับคนเราเช่นเดียวกันหลายคนคิดว่าการที่เราเข้าไปอาบน้ำนั้นเป็นการชำระร่างกายและไม่ต้องสนใจอะไรไม่มีผลกระทบกับร่างกายของเราแต่อย่างใดแต่จริงๆแล้วการอาบน้ำที่ดีและที่ถูกต้องนั้นควรจะมีการใส่ใจรายละเอียดในขั้นตอนของการทำต่อไม่ว่าจะเป็นการเลือกสบู่ยาสระผมในการใช้หรือแม้แต่การปรับอุณหภูมิน้ำให้เหมาะสมกับร่างกายของเราเรามาดูกันว่าในช่วงที่เราอาบน้ำเราควรมีการดูแลตัวเองอะไรบ้าง

         อย่าว่าเวลาที่คุณอาบน้ำนั้นคุณได้มีการเลือกสบู่ที่เหมาะสมกับผิวพรรณของคุณมาใช้งานอยู่แล้วแต่การอาบน้ำที่ดีนั้นควรจะต้องใส่ใจรายละเอียดเล็กๆน้อยๆเพื่อสุขภาพที่ดีต่อร่างกายและผิวพรรณของเราหลายคนเวลาที่อาบน้ำมักจะมีการขัดผิว ซึ่งการขัดผิวนั้นส่วนใหญ่ก็มักจะใช้อุปกรณ์ช่วยในการขัดผิวไม่ว่าจะเป็นใยบวบแม้แต่อุปกรณ์อื่นๆ

ซึ่งมีความยาวเพื่อต้องการที่จะให้ขี้ไคลหลุดออกจากร่างกายแต่การที่เราขัดผิวโดยใช้พวกใยบวบหรือพวกผ้า 7 อย่ามาขัดผิวของเรานั้นจะส่งผลทำให้ผิวหนังของเราถูกรังแกโรคผิวหนังของเราบอกบางมากการใช้ของหยาบมาโดนผิวของเรานั้นจะทำให้ผิวของเราเสียหายขึ้นมาได้ดังนั้นเราควรเปลี่ยนจากใยบวบหลวงพ่อแก้วขัดตัวเมื่อใช้เป็นผ้าขนหนูเล็กๆนิ่มๆแล้ว

สักตามร่างกายแทนไม่ต้องถูกแรงมากนักก็จะช่วยให้ผิวของเราไม่มีร่องรอยเหี่ยวย่นได้รวมถึงการคัดตัวที่ดีนั้นควรจะขัดทุกซอกทุกมุมของร่างกายส่วนใหญ่แล้วคนเรามักจะไม่สามารถเชื่อมไปขัดด้านหลังได้ถึงดังนั้นเราควรจะหาตัวช่วยเช่นตัวแปรงขัดหลังที่มีด้ามยาวๆมาช่วยขัดทางด้านหลังของเราก็จะทำให้เราสามารถขัดขี้ไคลในด้านหลังของเราออกจากผิวหนังของเราทำให้ล้างของเรามีความสะอาดขึ้นได้แต่อย่าลืมว่าเราควรจะใช้แปรงขัดหลังที่เป็นผ้านิ่มๆก็ไม่เช่นนั้น

หลังเราก็อาจจะเกิดร่องรอยของการขูดและผิวหนังอาจจะเหี่ยวย่นได้ และที่สำคัญเมื่อเราใช้พวกแฟนคลับตัวเรียบร้อยแล้วรบกวนทำความสะอาดแปรงขัดตัวของเราอยู่เสมออย่าปล่อยทิ้งไว้ให้มันชื้นอย่างนั้นเพราะมันจะเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคการทำความสะอาดใยขัดตัวของเรานั้นควรจะมีการใช้น้ำยาล้างทำความสะอาดทุกอาทิตย์

เพื่อที่ใยขัดตัวของเราจะได้ไม่สกปรกและที่สำคัญควรจะมีการเปลี่ยนใยขัดตัวของเราเดือนละ 1 ครั้งและควรเก็บใยขัดตัวไว้ในห้องน้ำตรงจุดที่สะดวกต่อการหยิบถึงที่สำคัญควรวางไว้ตรงจุดที่มีลมโกรกเพื่อที่ใยขัดตัวของเราจะได้แห้งเร็วไม่เปียกชื้น